Nutrition · โภชนาการ

อนุมูลอิสระเกิดขึ้นได้อย่างไร และสารต้านอนุมูลอิสระมีบทบาทอย่างไรต่อร่างกาย?

Antioxidants & Oxidative Stress

6 นาที · 5 กรกฎาคม 2569

อนุมูลอิสระเกิดขึ้นได้อย่างไร และสารต้านอนุมูลอิสระมีบทบาทอย่างไรต่อร่างกาย?

อนุมูลอิสระเกิดขึ้นได้อย่างไร และสารต้านอนุมูลอิสระมีบทบาทอย่างไรต่อร่างกาย? 

หลายคนอาจคุ้นกับคำว่า “อนุมูลอิสระ” และ “สารต้านอนุมูลอิสระ” แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองสิ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานของเซลล์ในร่างกายโดยตรง อนุมูลอิสระไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดจากภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้ตามธรรมชาติในระหว่างกระบวนการใช้พลังงานของเซลล์ ขณะเดียวกันร่างกายก็มีระบบป้องกันเพื่อควบคุมสารเหล่านี้เช่นกัน 

อนุมูลอิสระไม่ได้มีแต่ผลเสีย เพราะร่างกายสามารถนำไปใช้ในกระบวนการทางชีวภาพบางอย่าง รวมถึงการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน แต่เมื่อเกิดขึ้นมากเกินกว่าระบบป้องกันของร่างกายจะควบคุมได้ อาจนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า Oxidative Stress หรือภาวะเครียดออกซิเดชัน ซึ่งสามารถทำให้เกิดความเสียหายต่อไขมัน โปรตีน และ DNA ภายในเซลล์ได้

แล้ว “สารต้านอนุมูลอิสระ” ทำหน้าที่อะไร?

ลองนึกภาพว่า เซลล์ในร่างกายของเราเหมือนบ้านหลังหนึ่ง ที่ต้องเจอกับ “ประกายไฟ” เล็ก ๆ อยู่ตลอดเวลา อนุมูลอิสระก็เปรียบได้กับประกายไฟเหล่านี้ ซึ่งเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติจากการทำงานของร่างกาย เช่น การเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงาน รวมถึงได้รับจากปัจจัยภายนอกอย่างมลพิษ ควันบุหรี่ หรือแสงแดด

ร่างกายจึงมี “ระบบดับไฟ” ของตัวเอง นั่นคือสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยควบคุมอนุมูลอิสระไม่ให้เกิดปฏิกิริยามากเกินไป จึงมีส่วนช่วยปกป้องส่วนประกอบสำคัญของเซลล์จากความเสียหาย

แล้วร่างกายมี “ทีมป้องกัน” หรือไม่?

มีค่ะ และที่น่าสนใจคือ ร่างกายไม่ได้รอให้เราไปรับสารต้านอนุมูลอิสระจากอาหารเพียงอย่างเดียว  ร่างกายมีระบบป้องกันของตัวเอง ทั้งเอนไซม์และสารต้านอนุมูลอิสระที่สร้างขึ้นภายในเซลล์ เพื่อช่วยควบคุมสารที่มีความไวต่อปฏิกิริยาเหล่านี้

ตัวอย่างเช่น glutathione, superoxide dismutase (SOD), catalase และ glutathione peroxidase ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันตามธรรมชาติของร่างกาย

ขณะเดียวกัน อาหารก็เป็นอีกแหล่งหนึ่งที่ช่วยให้เราได้รับสารประกอบที่มีคุณสมบัติต้านออกซิเดชัน เช่น วิตามิน C วิตามิน E แคโรทีนอยด์ และสารพฤกษเคมีบางชนิด

จึงเปรียบได้ว่า ร่างกายมี “ระบบดับไฟของตัวเอง” อยู่แล้ว และอาหารที่หลากหลายก็เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนระบบนั้น

ทำไมเราจึงควรกินผักและผลไม้ให้หลากหลาย?

ตรงนี้มีเรื่องน่าสนใจที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ คำว่า “สารต้านอนุมูลอิสระ” ไม่ได้หมายถึงสารเพียงชนิดเดียว ในธรรมชาติมีสารประกอบจำนวนมากที่มีคุณสมบัติเกี่ยวข้องกับการต้านออกซิเดชัน และสารแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติแตกต่างกัน

ลองสังเกตสีของอาหารบนจานของเรา

🥬 ผักใบเขียว — มีสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ เช่น ลูทีน

🍅 มะเขือเทศ — มีไลโคปีน

🍊 ผลไม้ตระกูลส้ม — เป็นแหล่งวิตามิน C

🥜 ถั่วและเมล็ดพืช — มีสารอาหารและสารประกอบจากพืชหลากหลายชนิด

มหาวิทยาลัยมหิดลแนะนำให้รับประทานผักและผลไม้ให้มีความหลากหลาย เพราะอาหารจากพืชแต่ละชนิดให้สารอาหารและสารพฤกษเคมีแตกต่างกัน

ดังนั้น แทนที่จะถามว่า “อาหารอะไรมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด?”

บางครั้งคำถามที่ดีกว่าอาจเป็น “วันนี้จานอาหารของเรามีความหลากหลายแค่ไหน?”


ยิ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระมาก ยิ่งดีจริงหรือ?

นี่เป็นอีกเรื่องที่ควรทำความเข้าใจให้ถูกต้อง  เมื่อพูดถึงสารต้านอนุมูลอิสระ เรามักได้ยินว่า “ยิ่งมากยิ่งดี” แต่ในทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป ร่างกายต้องการ สมดุล ไม่ใช่การกำจัดสารที่มีปฏิกิริยาออกไปจนหมด และสารต้านอนุมูลอิสระแต่ละชนิดก็ไม่ได้สามารถทดแทนกันได้ทั้งหมด อาหารจึงยังคงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ


สิ่งที่เราทำทุกวันก็มีส่วน

การดูแลสมดุลของร่างกายไม่ได้เกิดจากอาหารเพียงอย่างเดียว

การได้รับสารจากสิ่งแวดล้อม เช่น ควันบุหรี่ มลพิษ และรังสี UV สามารถเพิ่มภาระของกระบวนการออกซิเดชันได้ ขณะที่พฤติกรรมสุขภาพโดยรวมก็มีส่วนต่อความสมดุลของร่างกายเช่นกัน

ดังนั้น การดูแลตัวเองจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการมองหา “สารต้านอนุมูลอิสระที่ดีที่สุด”

แต่อาจเริ่มจากเรื่องธรรมดาที่ทำได้ทุกวัน เช่น

กินอาหารให้หลากหลาย 🥦

ขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอ 🚶‍♀️

พักผ่อนให้เพียงพอ 🌙

ลดการสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ 🚭

และใส่ใจการสัมผัสปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมที่หลีกเลี่ยงได้


เพราะสุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากสารอาหารเพียงตัวเดียว แต่เกิดจาก ภาพรวมของวิถีชีวิตที่เราทำซ้ำ ๆ ในทุกวัน


รู้หรือไหม?

อนุมูลอิสระไม่ใช่สิ่งที่เราต้องกำจัดให้หมด ร่างกายของเราสร้างสารที่มีความไวต่อปฏิกิริยาอยู่เป็นปกติ และยังมีระบบต้านอนุมูลอิสระเพื่อควบคุมสมดุลของมันอยู่แล้ว

สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญจึงไม่ใช่การ “กำจัดอนุมูลอิสระทั้งหมด” แต่คือการช่วยให้ร่างกายสามารถ รักษาสมดุลระหว่างกระบวนการออกซิเดชันและระบบป้องกันตามธรรมชาติ


🌿 สรุป — ร่างกายไม่ได้ต้องการ “ไม่มีอนุมูลอิสระ” แต่ต้องการ “สมดุล”

อนุมูลอิสระและสารที่มีความไวต่อปฏิกิริยาเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติจากกระบวนการทำงานของเซลล์ ขณะเดียวกันร่างกายก็มีระบบต้านอนุมูลอิสระเพื่อช่วยควบคุมสมดุล

เมื่อเกิดความไม่สมดุลและสารออกซิแดนท์มีมากเกินไป อาจนำไปสู่ Oxidative Stress ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสียหายของเซลล์และชีวโมเลกุลหลายชนิด

การดูแลจึงไม่ใช่การตามหา “สารต้านอนุมูลอิสระที่แรงที่สุด” แต่คือการสร้างพื้นฐานสุขภาพที่ดี โดยเฉพาะ การรับประทานผัก ผลไม้ และอาหารจากพืชให้หลากหลาย พร้อมกับดูแลพฤติกรรมสุขภาพโดยรวม  "เพราะบางครั้งการดูแลเซลล์นับล้านล้านเซลล์ในร่างกาย อาจเริ่มต้นง่าย ๆ จากสิ่งที่เราเลือกใส่ลงในจานอาหารของเราในวันนี้"

References

  1. https://nigms.nih.gov/biobeat/2023/07/science-snippet-antioxidants-explained?utm_source=
  2. https://www.nccih.nih.gov/health/antioxidant-supplements-what-you-need-to-know?utm_source=
  3. https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/222?utm_source=
  4. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10206224/?utm_source=
  5. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11821989/?utm_source=

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และไม่ได้ทดแทนการปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ